สวนธรรมกลางใจเมือง ย่านจตุจักร สวนโมกข์ กรุงเทพฯ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ที่ตั้ง ติดกับสวนวชิรเบญจทัศ อุทยานจตุจักร (สวนรถไฟ) กรุงเทพฯ เรียกว่าจะถึงก่อนสวนรถไฟ ถ้ามาจากทาง ถ.วิภาวดี บริเวณมุมตะวันออกเฉียงเหนือของสวนจตุจักร

ในเมืองกรุงที่วุ่นวายด้วยผู้คน รถรา อาคารสูงใหญ่ ใช้เวลาไปเพื่อทำงานแลกเงินและการใช้ชีวิตในเมืองกรุง ที่เร่งรีบไปซะทุกอย่าง เป็นชีวิตที่ทำไปเพื่อชีวิตอยู่รอดจะว่าแบบนั้นก็คงไม่ผิด วันนี้ เพจGo-Bangkok ชวนมาพักวางจากความวุ่นวาย มาสงบจิตใจ เข้าสวนธรรมในกรุงกันที่ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ กันดีกว่าครับเพื่อนๆ ช่วงแรกเราทำความรู้จัก ท่านพุทธทาสภิกขุ กันก่อน

ประวัติของท่านพุทธทาสภิกขุ
ท่านอาจารย์พุทธทาส มีนามเดิมว่า เงื่อม นามสกุล พานิช เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ในสกุลของพ่อค้าที่ตลาด พุมเรียง ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี บิดา ชื่อ เซี้ยง มารดาชื่อ เคลื่อน มีน้องสองคน เป็นชายชื่อยี่เก้ย และเป็นหญิงชื่อกิมซ้อย
บิดาของท่านมีเชื้อสายจีน ประกอบอาชีพหลักคือการค้าขายของชำ เฉกเช่น ที่ชาวจีนนิยมทำกันทั่วไป แต่อิทธิพลที่ท่านได้รับจากบิดา กลับเป็นเรื่องของความสามารถทางด้านกวี และทางด้านช่างไม้ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่รักยิ่งของบิดา

ส่วนอิทธิพลที่ได้รับจากมารดา คือ ความสนใจในการศึกษาธรรมะ อย่างลึกซึ้ง อุปนิสัยที่เน้นเรื่องความประหยัด เรื่องละเอียดละออในการใช้จ่ายและการทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด และต้องทำให้ดีกว่าครูเสมอ ท่านได้เรียนหนังสือเพียงแค่ชั้น ม.๓ แล้วต้องออกมาค้าขาย แทนบิดาซึ่งเสียชีวิต

ครั้น อายุครบ ๒๐ ปี ก็ได้บวชเป็นพระ ตามคตินิยมของชายไทยที่วัดโพธาราม ไชยา ได้รับฉายาว่า”อินทปัญโญ” แปลว่า ผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่ เดิมท่านตั้งใจจะบวชเรียนตามประเพณี เพียง ๓ เดือน แต่ ความสนใจ ความซาบซึ้ง ความรู้สึกเป็นสุข และสนุกในการศึกษาและเทศน์แสดงธรรม ทำให้ท่านไม่อยากสึก

“ผมคิดว่าจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ แก่เพื่อนมนุษย์ ให้มากที่สุด..แต่ถ้ายี่เก้ย จะบวช ผมก็ต้องสึกออกไป อยู่บ้านค้าขาย” ท่านเจ้าคณะอำเภอ ก็เลยไปคุยกับโยมแม่ของท่านว่า ท่านควรจะอยู่เป็นพระต่อไป ส่วนยี่เก้ย น้องชายของท่านนั้นไม่ต้องบวชก็ได้เพราะมีชีวิตเหมือนพระอยู่แล้ว คือเป็นคนมักน้อย สันโดษ การกินอยู่ก็เรียบง่าย ตัดผมสั้นเกรียน ตลอดเวลา นายยี่เก้ย ก็เลยไม่ได้บวช ให้พี่ชายบวชแทนมาตลอด

นาย ยี่เก้ย ต่อมาก็คือ “ท่านธรรมทาส” ฆราวาสผู้เป็นกำลังหลักของคณะธรรมทาน ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของสวนโมกขพลาราม

พระเงื่อมได้เดินทางมาศึกษาธรรมะต่อ ที่กรุงเทพฯ สอบได้นักธรรมเอก แล้วเรียนภาษาบาลีจนสอบได้เปรียญ ๓ ประโยค ระหว่างที่เรียนเปรียญธรรม ๔ อยู่นั้น ด้วยความที่ท่านเป็นคนรักการศึกษาค้นคว้าจากพระไตรปิฎก และศึกษาค้นคว้าออกไปจากตำรา ถึงเรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา อินเดีย และการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในโลก
ตะวันตก ทำให้ท่านรู้สึกขัดแย้งกับวิธีการสอนธรรมะที่ยึดถือรูปแบบตามระเบียบแบบแผนมากเกินไป ความย่อหย่อนในพระวินัยของสงฆ์ ตลอดจนความเชื่อที่ผิดๆ ของพุทธศาสนิกชน ในเวลานั้น ทำให้ท่านมีความเชื่อมั่นว่า พระพุทธศาสนาที่สอน ที่ปฏิบัติกันในเวลานั้นคลาดเคลื่อนไปมาก จากที่พระพุทธองค์ทรงชี้แนะ

ท่านจึงตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษาของสงฆ์เวลานั้นเดินทางกลับ อ.ไชยา เพื่อศึกษาและทดลองปฏิบัติตามแนวทางที่ท่านเชื่อมั่น โดยร่วมกับนายธรรมทาส และคณะธรรมทาน จัดตั้งสถานปฏิบัติธรรม “สวนโมกขพลาราม” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จากนั้น ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมะอย่างเข้มข้นจนเชื่อมั่นว่าท่านมาไม่ผิดทางแน่ และได้ประกาศ ใช้ชื่อนาม”พุทธทาส” เพื่อแสดงว่า ให้เห็นถึงอุดมคติสูงสุด ในชีวิตของท่าน


พอได้ทำความรู้จักท่านพุทธทาส กันพอสังเขปแล้ว มาทำความรู้จัก สวนโมกข์ กรุงเทพฯ ที่ เพจGo-Bangkok ชวนมาพักใจพักกายกันต่อกันดีกว่าครับ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

ในใจกลางเมืองที่แวดล้อมไปด้วยทุ่งคอนกรีตอย่างกรุงเทพมหานคร ก็มี “สวนธรรม”ตั้งอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ สวนโมกข์กรุงเทพฯ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ที่ตั้ง ติดกับสวนวชิรเบญจทัศ อุทยานจตุจักร (สวนรถไฟ) กรุงเทพฯ เรียกว่าจะถึงก่อนสวนรถไฟ ถ้ามาจากทาง ถ.วิภาวดี บริเวณมุมตะวันออกเฉียงเหนือของสวนจตุจักร ทางเข้าเยื้อง ๆ กับปั๊มน้ำมันปตท

โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อมิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นอาคารปูน 3 ชั้น อยู่ริมสระน้ำ โดยบริเวณชั้นล่างของอาคาร ประกอบด้วย ลานหินโค้ง เต็มไปด้วยภาพพุทธประวัติที่จำลองมาจากภาพพุทธประวัติและเป็นที่ประดิษฐานพระอวโลกิเตศวร ซึ่งจำลองแนวคิดจากลานปฏิบัติธรรม สวนโมกขพลาราม


ถัดจากลานหินโค้ง หรือศาลาธรรมชาติทางทิศตะวันออกเฉียงใต้คือ โรงมหรสพทางวิญญาณ มีภาพปูนปั้นเล่าเรื่องพุทธประวัติ ด้านในมีภาพปริศนาธรรมต่างๆ ให้ได้ดูใช้ความคิดอย่างมีเหตุผลของหลักธรรม


ส่วนชั้น 2 สวนปฏิจจสมุปบาท มีห้องนิทรรศการนิพพานชิมลอง ห้องปฏิบัติสัทธรรมและประชุมสัมมนา และสวนปฏิจจสมุปบาท และชั้นบนสุดเป็นส่วนนิทรรศการแสดงผลงานท่านพุทธทาส และส่วนชั้น 3 เป็นห้องประชุม ห้องจดหมายเหตุ สำนักงาน ห้องค้นคว้า ห้องนิทรรศการ

สวนโมกข์กรุงเทพ ยังมีสถาปัตยกรรมที่แฝงข้อคิดปริศนาธรรมต่าง ๆ ซ่อนอยู่อีกมากมาย เช่น ภาพปูนปั้นจำลองหินสลักพุทธประวัติชุดแรกของโลก, เสา 5 กับนกฮูกน้อยในลานสวนธรรมะ, ห้องปฏิบัติสัทธรรม และนิทรรศการนิพพานชิมลอง ฯลฯ


สำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นใน สวนโมกข์กรุงเทพ ติดตามได้ตาม ตารางกิจกรรมของ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญhttps://www.facebook.com/activitiessuanmokkhbkk/ 

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจGo-Bangkok สวนโมกข์ กรุงเทพฯ

ขอบคุณข้อมูล
– buddhadasa.com
kapook.com

www.go2bangkok.com
#gobangkok #กรุงเทพมหานคร #สีสันกรุงเทพฯ #สวนโมกข์กรุงเทพฯ#หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here